Untitled Document
 
หน้าแรก 
ประวัติจังหวัดระนอง
ประวัติเจ้าเมืองระนอง
ข้อมูลทั่วไป จ.ระนอง
ตรา สัญลักษณ์
บุคคลสำคัญ
สถานที่ท่องเที่ยว
ของฝากจากระนอง
เรื่องเล่า บทความ
อัลบั้มรูป
ฟังวิทยุออนไลน์
ฟังเพลงออนไลน์
ร้านอาหาร
เบอร์โทรสำคัญ
โรงแรม ห้องพัก
สมัครสมาชิก
กระดานสนทนา
ติดต่อระนองวาไรตี้
ผู้ดูแลระบบ
 
  ข่าวประจำอำเภอ  
   
 
 
 
     
ผู้สนับสนุนหลัก
เช่าโฮสต์ จดโดเมน ทำเว็บไซต์


น้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ อินทรา intra

เว็บวิทยุออนไลน์
โฮสต์ + โดเมน + พอร์ทวิทยุออนไลน์ + ระบบเว็บสวยงาม

เพียง 4,900 บาท/ปี
คลิกเลย



OROPTIC.COM


 

Untitled Document
:: ประวัติจังหวัดระนอง
ย้อนรอยอดีต
ณ ชุมชนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่รายล้อมเขานิเวศน์คีรี นานนับ 134 ปี นามเมืองนี้เรียกขานตามมรดกตกทอดอยู่ในพื้นปฐพีแดนแร่นองว่า “เมืองระนอง” หากย้อนอดีตของการเกิดเมืองนี้ที่โลกได้สร้างสมบัติ ในพื้นแผ่นดินให้ผู้คนที่มาอาศัยได้ขุดขายหากิน จนตั้งบ้านเรือนอยู่กินกันอย่างผาสุก ตามลักษณะทางธรณีวิทยาอธิบายไว้ว่า พื้นแผ่นดินที่ราบแคบ ๆ กลางหุบเขาริมฝั่งทะแลอันดามันนี้ เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของพื้นโลกมาแล้วถึงสองครั้งสองสมัย ประมาณกาลได้ 270 – 280 ล้านปี ในยุคเปอร์เมียนค่าร์บอนิเฟอรัส (Permain – Carbaniferous) ในครั้งที่ภูมิอากาศห่อหุ้มโลกอบอุ่นชุ่มชื้นมีป่าที่เต็มไปด้วยต้นเฟินชนิด ที่ต่อมาย่อยสลายผุพังกลาย เป็นถ่านหินการเปลี่ยนแปลง ของโลกครั้งนี้เกิดหินชั้นภูเก็ตขึ้นเป็นแนวยาวอยู่ริมทะเล ต่อมาจากนั้นอีกนับร้อยปีที่มีกระบวนการ เปลือกของโลกเคลื่อนตัวอีกครั้งหนึ่งในยุคครีเตเซียส (Cretaccous) ซึ่งยุคนี้เกิดน้ำท่วมโลกครั้งใหญ่ทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไประหว่าง 195 – 225 ล้านปี การเคลื่อนไหวในตัวของเปลือกโลกทำให้พื้นผิวด้านในเกิด มีแนวหินแกรนิต (หินแม่ของแร่ดีบุก) ยกตัวแทรกขึ้นมา ในชั้นหินภูเก็ตเดิม การปรับตัวของเปลือกโลกในยุคนี้ทำให้ที่ราบแคบ ๆ ริมฝั่งทะเลอันดามันเกิดการตะกอน ทำให้เกิดลานแร่ดีบุก และแต่พลอยที่อุดมสมบูรณ์ ส่วนตามแนวเขาหินปูนที่เกิดขึ้นในยุคเปอร์เมียนแนวหินแกรนิต ที่ยกตัวแทรกอยู่ได้สลายเปื่อยยุ่ย เปลี่ยนสภาพเป็นแร่ดีบุก แร่วุลแฟรม แร่ดินขาวและแต่พลอยต่าง ๆ ลักษณะแหล่งแร่ที่เกิดขึ้นในแผ่นดินเหนือทะเลอันดามัน แบ่งออกได้ 2 ชนิดก็คือ แหล่งสายแร่ เป็นแหล่งแร่ที่เกิดขึ้นอยู่ตามแนวเขา “แหล่งลานแร่” เป็นแหล่งแร่ที่เกิดขั้นบนที่ราบเชิงเขาร่องน้ำและปากคลอง ธรรมชาติที่โลกสร้างไว้บนแผ่นดินที่ราบแคบ ๆ ชายเขาตะนาวศรีตอนปลายเหนือทะเลอันดามันนี้ ยังคงเป็นแนวป่าที่รกชัฏมา จนกระทั่งสมัยประวัติศาสตร์แห่งการตั้งถิ่นฐานของชาติไทย มีบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ได้มีราษฎรจากเมืองใกล้เคียงอพยพไปตั้งบ้านเรือน ขุดแร่ ทำสวน

ประวัติความเป็นมา
ระนอง หรือเมืองแร่นอง เดิมเป็นหัวเมืองเล็ก ๆ มีฐานะเป็นเมืองขึ้นของเมืองชุมพรมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีของไทย โดยแบ่งการปกครองออกเป็น 2 เมือง คือ เมืองระนองและเมืองตระ ซึ่งอยู่ในการปกครองเมืองชุมพร เจ้าเมืองมีบรรดาศักดิ์เป็นหลวง เรียกชื่อตามนามเมืองว่า “หลวงระนอง” ครั้นต้นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มีชาวจีนฮกเกี้ยนชื่อ “ คอซู้เจียง ” ได้ยื่นขอประมูลอากรดีบุกในเขตเมืองระนองและเมืองตระ พระบาทสมเด็จหลวงรัตนเศรษฐี ดำรงตำแหน่งนายอากรเมืองตระและเมืองระนอง
ในปีพ.ศ.2397 ตำแหน่งเจ้าเมืองระนองว่างลง เนื่องจากหลวงระนองป่วยถึงแก่กรรม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า” พระราชทานสัญญาบัตรเลื่อนบรรดาศักดิ์ หลวงรัตนเศรษฐี (คอซู้เจียง) ขึ้นเป็นพระรัตนเศรษฐี เป็นเจ้าเมืองระนอง เมื่อพม่าตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษและรัฐบาลอังกฤษได้จัดการปกครองหัวเมือง ที่ได้ในเวลาต่อมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริว่าเมืองระนองและเมืองตระ เป็นเมืองขึ้นอยู่ในเมืองชุมพรจะรักษาราชการ ทางชายแดนไม่สะดวก จึงโปรดฯ ให้ยกเมืองตระและเมืองระนอง เป็นหัวเมืองจัตวาขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนบรรดาศักดิ์พระรัตนเศรษฐี (คอซู้เจียง) ขึ้นเป็นผู้ว่าราชการเมืองระนอง เมื่อพ.ศ.2405และในปีพ.ศ.2420 สมัยพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าอยู่หัว ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี ระนองมีฐานะเป็นหัวเมืองอิสรพ และต่อมาได้ยกฐานะ เป็นจังหวัดและได้มีการยุบเมืองตระเป็นอำเภอ เรียกว่า อำเภอกระบุรี โดยให้ขึ้นกับจังหวัดระนองตั้งแต่นั้นมาระนองในอดีตมี ความสำคัญในฐานะที่เป็นเมืองดีบุก เมืองชายแดน เมืองคอคอดกระและเมื่อเสด็จประทับแรมดังนี้

1.เมืองดีบุก ระนองมีทรัพยากรธรรมชาติที่มีชื่อเรียกว่า ตะกั่วดำหรือดีบุกอยู่ใต้แผ่นดินเป็นจำนวนมาก จึงมีความสำคัญในฐานะเป็น เมืองแร่ดีบุกมีค่าอุดมสมบูรณ์ และเป็นเมืองแรกที่มีเจ้าของเหมืองแร่ (นายนอง) ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงระนอง เจ้าเมืองคนแรก ซึ่งเป็นนายอากรแต่โบราณ ในการผูกขาดส่งอากรดีบุกให้รัฐบาล นับว่าได้มีบทบาทสำคัญในการสร้างความเจริญ ทางเศรษฐกิจของประเทศที่สำคัญมาจนถึงปัจจุบัน

2.เมืองชายแดน การที่ไทยต้องเสียดินแดนเมืองมะริดรวมทั้งเมืองมะลิวัลย์แก่อังกฤษ และได้มีการปักปันเขตแดนไทย โดยใช้แม่น้ำกระบุรีเป็นเส้นกั้นพรมแดนในปีพ.ศ. 2442 มีผลให้เมืองระนองและเมืองตระ มีฐานะเป็นอำเภอในปกครองของจังหวัดระนอง มีความสำคัญเป็นศูนย์รวมของการไปมาหาสู่และซื้อขายสินค้าระหว่างไทยกับพม่า เป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ เมื่อพม่าได้รับเอกราชพ้นจากการเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ การไปมาหาสู่และการซื้อขายสินค้าระหว่างคนไทย และพม่าทางชายแดนจังหวัดระนอง นำความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดชายแดนทั้งสองประเทศจนถึงปัจจุบัน

3.เมืองคอคอดกระ พื้นที่บริเวณคอคอดกระ เป็นผืนแผ่นดินที่กิ่วหรือแคบที่สุดในแหลมมลายู ระยะทางประมาณ 44 กิโลเมตร พื้นที่ด้านตะวันตกของบริเวณคอคอดกระ ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของเมืองตระ ผืนแผ่นดินส่วนที่แคบที่สุดระหว่างทะเล ตะวันตกและทะเล ตะวันออกแห่งนี้ มีภูเขาสลับซับซ้อนมีทางลัดผ่านช่องเขาเพียงสายเดียว ในสมัยโบราณคอคอดกระ มีความสำคัญเป็นเส้นทางที่สำคัญ ทางเดียวที่พม่าใช้เป็นเส้นทางเดินทัพ ยกมาตีหัวเมืองปักษ์ใต้ฝั่งทะเลตะวันออก เมื่อฝรั่งเศสคิดจะขุดคลองคอคอดกระจาก เมืองตระไปออก เมืองชุมพร เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเดินเรือจากยุโรปไปเมืองจีนในแผ่นดิน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คอคอดกระจึงมีความสำคัญมากหากสามารถขุดคลองได้สำเร็จ เรือเดินทะเลจากยุโรป จะผ่านคลองไปเมืองจีนได้ โดยไม่ต้องอ้อมแหลมมลายู ผลประโยชน์ทางการค้าของอังกฤษทางเมือง ปีนังและสิงคโปร์ และความจำเป็นทางด้านการทหารของอังกฤษ คงมีผลให้ไทยต้องเสียดินแดน ทางแหลมมลายู ด้วยเหตุนี้ประกอบกับการขุดคลองกระ จึงจำเป็นต้องขุดแม่น้ำกระบุรี ซึ่งเป็นเส้นกั้นพรมแดนไทยกับพม่า ของอังกฤษได้กว้างลึกเข้าไปในดินแดนอันอยู่ในอำนาจของอังกฤษด้วย เมื่ออังกฤษไม่ยอม จึงขุดคลองคอคอดกระไม่ได้ ความคิดที่จะขุดคลองกระ จึงล้มเลิกไป อังกฤษจึงได้กำหนดเป็นข้อผูกพัน ไว้ในสนธิสัญญาระหว่างไทยกับอังกฤษ มิให้ไทยขุดคลองดังกล่าว โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากของอังกฤษก่อน ดังนั้นการขุดคลอง ณ บริเวณคอคอดกระ มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูง แต่ส่งผลกระทบ ต่อความมั่นคงของชาติทางด้านการทหาร และการขุดคลองเหมาะสม และคุ้มค่าในการลงทุนเพียงใดนั้น คอคอดกระจึงอยู่ในความ สนใจของทางราชการและประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน

4.เมืองเสด็จประทับแรม พระมหากษัตริย์ไทยในอดีต และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาประทับแรม ณ จังหวัดระนอง ตามลำดับดังนี้

- ในปีพ.ศ.2433 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเลียบมณฑลปักษ์ใต้ผ่านเมืองตระไปประทับแรม ณ พระที่นั่งรัตนรังสรรค์ บนเขานิเวศน์คีรี เมืองระนอง 3 ราตรี

- ในปีพ.ศ.2471 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองระนอง และประทับแรม ณ จังหวัดระนอง 3 ราตรี

- เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2502 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรจังหวัดระนอง ประทับแรม ณ จังหวัดระนอง

- เมื่อวันที่ 29-31 กรกฎาคม 2531 และเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2536 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรท้องที่จังหวัดระนอง เป็นการส่วนพระองค์ และทรงลงพระปรมาภิไธยบนแผ่นศิลา ที่อำเภอกระบุรี
รวมทั้งประทับแรมเป็นเวลา 2 ราตรี และได้เสด็จนำคณะนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า มาทัศนศึกษาประกอบหลักสูตรวิชาประวัติศาสตร์ ณ จังหวัดระนอง
Untitled Document © 2009 Ranongvariety.com All right reseved.
ถิ่นกำเนิด ระนองวาไรตี้ 15/7 ม.1 ต.บางนอน อ.เมือง จ.ระนอง 85000
ติดต่อเว็บมาสเตอร์ ranongvariety@hotmail.com