Untitled Document
|
|
Untitled Document
|
| ::
ประวัติจังหวัดระนอง |
ย้อนรอยอดีต
ณ ชุมชนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่รายล้อมเขานิเวศน์คีรี นานนับ 134
ปี นามเมืองนี้เรียกขานตามมรดกตกทอดอยู่ในพื้นปฐพีแดนแร่นองว่า
เมืองระนอง หากย้อนอดีตของการเกิดเมืองนี้ที่โลกได้สร้างสมบัติ
ในพื้นแผ่นดินให้ผู้คนที่มาอาศัยได้ขุดขายหากิน จนตั้งบ้านเรือนอยู่กินกันอย่างผาสุก
ตามลักษณะทางธรณีวิทยาอธิบายไว้ว่า พื้นแผ่นดินที่ราบแคบ ๆ กลางหุบเขาริมฝั่งทะแลอันดามันนี้
เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของพื้นโลกมาแล้วถึงสองครั้งสองสมัย
ประมาณกาลได้ 270 280 ล้านปี ในยุคเปอร์เมียนค่าร์บอนิเฟอรัส
(Permain Carbaniferous) ในครั้งที่ภูมิอากาศห่อหุ้มโลกอบอุ่นชุ่มชื้นมีป่าที่เต็มไปด้วยต้นเฟินชนิด
ที่ต่อมาย่อยสลายผุพังกลาย เป็นถ่านหินการเปลี่ยนแปลง ของโลกครั้งนี้เกิดหินชั้นภูเก็ตขึ้นเป็นแนวยาวอยู่ริมทะเล
ต่อมาจากนั้นอีกนับร้อยปีที่มีกระบวนการ เปลือกของโลกเคลื่อนตัวอีกครั้งหนึ่งในยุคครีเตเซียส
(Cretaccous) ซึ่งยุคนี้เกิดน้ำท่วมโลกครั้งใหญ่ทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไประหว่าง
195 225 ล้านปี การเคลื่อนไหวในตัวของเปลือกโลกทำให้พื้นผิวด้านในเกิด
มีแนวหินแกรนิต (หินแม่ของแร่ดีบุก) ยกตัวแทรกขึ้นมา ในชั้นหินภูเก็ตเดิม
การปรับตัวของเปลือกโลกในยุคนี้ทำให้ที่ราบแคบ ๆ ริมฝั่งทะเลอันดามันเกิดการตะกอน
ทำให้เกิดลานแร่ดีบุก และแต่พลอยที่อุดมสมบูรณ์ ส่วนตามแนวเขาหินปูนที่เกิดขึ้นในยุคเปอร์เมียนแนวหินแกรนิต
ที่ยกตัวแทรกอยู่ได้สลายเปื่อยยุ่ย เปลี่ยนสภาพเป็นแร่ดีบุก
แร่วุลแฟรม แร่ดินขาวและแต่พลอยต่าง ๆ ลักษณะแหล่งแร่ที่เกิดขึ้นในแผ่นดินเหนือทะเลอันดามัน
แบ่งออกได้ 2 ชนิดก็คือ แหล่งสายแร่ เป็นแหล่งแร่ที่เกิดขึ้นอยู่ตามแนวเขา
แหล่งลานแร่ เป็นแหล่งแร่ที่เกิดขั้นบนที่ราบเชิงเขาร่องน้ำและปากคลอง
ธรรมชาติที่โลกสร้างไว้บนแผ่นดินที่ราบแคบ ๆ ชายเขาตะนาวศรีตอนปลายเหนือทะเลอันดามันนี้
ยังคงเป็นแนวป่าที่รกชัฏมา จนกระทั่งสมัยประวัติศาสตร์แห่งการตั้งถิ่นฐานของชาติไทย
มีบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ได้มีราษฎรจากเมืองใกล้เคียงอพยพไปตั้งบ้านเรือน
ขุดแร่ ทำสวน
ประวัติความเป็นมา
ระนอง หรือเมืองแร่นอง เดิมเป็นหัวเมืองเล็ก ๆ มีฐานะเป็นเมืองขึ้นของเมืองชุมพรมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีของไทย
โดยแบ่งการปกครองออกเป็น 2 เมือง คือ เมืองระนองและเมืองตระ
ซึ่งอยู่ในการปกครองเมืองชุมพร เจ้าเมืองมีบรรดาศักดิ์เป็นหลวง
เรียกชื่อตามนามเมืองว่า หลวงระนอง ครั้นต้นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
มีชาวจีนฮกเกี้ยนชื่อ คอซู้เจียง ได้ยื่นขอประมูลอากรดีบุกในเขตเมืองระนองและเมืองตระ
พระบาทสมเด็จหลวงรัตนเศรษฐี ดำรงตำแหน่งนายอากรเมืองตระและเมืองระนอง
ในปีพ.ศ.2397 ตำแหน่งเจ้าเมืองระนองว่างลง เนื่องจากหลวงระนองป่วยถึงแก่กรรม
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานสัญญาบัตรเลื่อนบรรดาศักดิ์
หลวงรัตนเศรษฐี (คอซู้เจียง) ขึ้นเป็นพระรัตนเศรษฐี เป็นเจ้าเมืองระนอง
เมื่อพม่าตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษและรัฐบาลอังกฤษได้จัดการปกครองหัวเมือง
ที่ได้ในเวลาต่อมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริว่าเมืองระนองและเมืองตระ
เป็นเมืองขึ้นอยู่ในเมืองชุมพรจะรักษาราชการ ทางชายแดนไม่สะดวก
จึงโปรดฯ ให้ยกเมืองตระและเมืองระนอง เป็นหัวเมืองจัตวาขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร
และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนบรรดาศักดิ์พระรัตนเศรษฐี
(คอซู้เจียง) ขึ้นเป็นผู้ว่าราชการเมืองระนอง เมื่อพ.ศ.2405และในปีพ.ศ.2420
สมัยพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าอยู่หัว ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี
ระนองมีฐานะเป็นหัวเมืองอิสรพ และต่อมาได้ยกฐานะ เป็นจังหวัดและได้มีการยุบเมืองตระเป็นอำเภอ
เรียกว่า อำเภอกระบุรี โดยให้ขึ้นกับจังหวัดระนองตั้งแต่นั้นมาระนองในอดีตมี
ความสำคัญในฐานะที่เป็นเมืองดีบุก เมืองชายแดน เมืองคอคอดกระและเมื่อเสด็จประทับแรมดังนี้
1.เมืองดีบุก ระนองมีทรัพยากรธรรมชาติที่มีชื่อเรียกว่า ตะกั่วดำหรือดีบุกอยู่ใต้แผ่นดินเป็นจำนวนมาก
จึงมีความสำคัญในฐานะเป็น เมืองแร่ดีบุกมีค่าอุดมสมบูรณ์ และเป็นเมืองแรกที่มีเจ้าของเหมืองแร่
(นายนอง) ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงระนอง เจ้าเมืองคนแรก
ซึ่งเป็นนายอากรแต่โบราณ ในการผูกขาดส่งอากรดีบุกให้รัฐบาล นับว่าได้มีบทบาทสำคัญในการสร้างความเจริญ
ทางเศรษฐกิจของประเทศที่สำคัญมาจนถึงปัจจุบัน
2.เมืองชายแดน การที่ไทยต้องเสียดินแดนเมืองมะริดรวมทั้งเมืองมะลิวัลย์แก่อังกฤษ
และได้มีการปักปันเขตแดนไทย โดยใช้แม่น้ำกระบุรีเป็นเส้นกั้นพรมแดนในปีพ.ศ.
2442 มีผลให้เมืองระนองและเมืองตระ มีฐานะเป็นอำเภอในปกครองของจังหวัดระนอง
มีความสำคัญเป็นศูนย์รวมของการไปมาหาสู่และซื้อขายสินค้าระหว่างไทยกับพม่า
เป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ เมื่อพม่าได้รับเอกราชพ้นจากการเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ
การไปมาหาสู่และการซื้อขายสินค้าระหว่างคนไทย และพม่าทางชายแดนจังหวัดระนอง
นำความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดชายแดนทั้งสองประเทศจนถึงปัจจุบัน
3.เมืองคอคอดกระ พื้นที่บริเวณคอคอดกระ เป็นผืนแผ่นดินที่กิ่วหรือแคบที่สุดในแหลมมลายู
ระยะทางประมาณ 44 กิโลเมตร พื้นที่ด้านตะวันตกของบริเวณคอคอดกระ
ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของเมืองตระ ผืนแผ่นดินส่วนที่แคบที่สุดระหว่างทะเล
ตะวันตกและทะเล ตะวันออกแห่งนี้ มีภูเขาสลับซับซ้อนมีทางลัดผ่านช่องเขาเพียงสายเดียว
ในสมัยโบราณคอคอดกระ มีความสำคัญเป็นเส้นทางที่สำคัญ ทางเดียวที่พม่าใช้เป็นเส้นทางเดินทัพ
ยกมาตีหัวเมืองปักษ์ใต้ฝั่งทะเลตะวันออก เมื่อฝรั่งเศสคิดจะขุดคลองคอคอดกระจาก
เมืองตระไปออก เมืองชุมพร เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเดินเรือจากยุโรปไปเมืองจีนในแผ่นดิน
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คอคอดกระจึงมีความสำคัญมากหากสามารถขุดคลองได้สำเร็จ
เรือเดินทะเลจากยุโรป จะผ่านคลองไปเมืองจีนได้ โดยไม่ต้องอ้อมแหลมมลายู
ผลประโยชน์ทางการค้าของอังกฤษทางเมือง ปีนังและสิงคโปร์ และความจำเป็นทางด้านการทหารของอังกฤษ
คงมีผลให้ไทยต้องเสียดินแดน ทางแหลมมลายู ด้วยเหตุนี้ประกอบกับการขุดคลองกระ
จึงจำเป็นต้องขุดแม่น้ำกระบุรี ซึ่งเป็นเส้นกั้นพรมแดนไทยกับพม่า
ของอังกฤษได้กว้างลึกเข้าไปในดินแดนอันอยู่ในอำนาจของอังกฤษด้วย
เมื่ออังกฤษไม่ยอม จึงขุดคลองคอคอดกระไม่ได้ ความคิดที่จะขุดคลองกระ
จึงล้มเลิกไป อังกฤษจึงได้กำหนดเป็นข้อผูกพัน ไว้ในสนธิสัญญาระหว่างไทยกับอังกฤษ
มิให้ไทยขุดคลองดังกล่าว โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากของอังกฤษก่อน
ดังนั้นการขุดคลอง ณ บริเวณคอคอดกระ มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูง
แต่ส่งผลกระทบ ต่อความมั่นคงของชาติทางด้านการทหาร และการขุดคลองเหมาะสม
และคุ้มค่าในการลงทุนเพียงใดนั้น คอคอดกระจึงอยู่ในความ สนใจของทางราชการและประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน
4.เมืองเสด็จประทับแรม พระมหากษัตริย์ไทยในอดีต และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาประทับแรม ณ จังหวัดระนอง
ตามลำดับดังนี้
- ในปีพ.ศ.2433 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเลียบมณฑลปักษ์ใต้ผ่านเมืองตระไปประทับแรม
ณ พระที่นั่งรัตนรังสรรค์ บนเขานิเวศน์คีรี เมืองระนอง 3 ราตรี
- ในปีพ.ศ.2471 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองระนอง
และประทับแรม ณ จังหวัดระนอง 3 ราตรี
- เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2502 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรจังหวัดระนอง
ประทับแรม ณ จังหวัดระนอง
- เมื่อวันที่ 29-31 กรกฎาคม 2531 และเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม
2536 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรท้องที่จังหวัดระนอง
เป็นการส่วนพระองค์ และทรงลงพระปรมาภิไธยบนแผ่นศิลา ที่อำเภอกระบุรี
รวมทั้งประทับแรมเป็นเวลา 2 ราตรี และได้เสด็จนำคณะนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
มาทัศนศึกษาประกอบหลักสูตรวิชาประวัติศาสตร์ ณ จังหวัดระนอง
|
|
Untitled Document
© 2009 Ranongvariety.com All right reseved.
ถิ่นกำเนิด ระนองวาไรตี้ 15/7 ม.1 ต.บางนอน อ.เมือง จ.ระนอง 85000
ติดต่อเว็บมาสเตอร์ ranongvariety@hotmail.com
|
|